กฏหมายและข้อแนะนำ — 15 พฤษภาคม 2013
อียูบลูการ์ด บัตรอนุญาตทำงาน และพำนักในประเทศสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมปีที่ผ่านมาประเทศเยอรมนีได้ออกกฏหมายเกี่ยวกับการให้บัตรฟ้าอียู หรือ อียูบลูการ์ด (EU Blue Card ในเยอรมนีเรียกว่า
Blaue Karte EU Deutschland) แก่ชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงานในประเทศเยอรมนี โดยการให้บลูการ์ดนี้เป็นไปตามแนวทางเดียวกันกับสภาพยุโรป มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือระดับสูงและดึงดูดแรงงานฝีมือจากประเทศนอกสหภาพยุโรป ผู้มีสิทธิขอบลูการ์ด คือชาวต่างชาติที่ไม่ใช่พลเมืองของประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป โดยต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในเยอรมนี หรือจากประเทศที่ได้รับการยอมรับหรือเทียบเท่า และทำงานมีเงินเดือนก่อนหักภาษีไม่ต่ำกว่า 46,400 ยูโรต่อปี ยกเว้นผู้มีอาชีพนักวิชาการ นักคณิตศาสตร์ วิศวกร แพทย์ และ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 36,192 ยูโรต่อปี (ข้อมูลตัวเลขในปี 2556)

บัตรอียูบลูการ์ให้สิทธิพำนักเป็นระยะเวลาต่ำสุด 1 ปีและสูงสุด 4 ปี ในการออกบัตรครั้งแรก ส่วนผู้ที่มีสัญญาจ้างงานน้อยกว่า 4 ปี อนุญาตให้พำนักต่อได้อีก 3 เดือนหลังจากสัญญาจ้างสิ้นสุดลง ผู้ที่ถือบัตรอียูบลูการ์ดแล้วสามารถขอต่ออายุสิทธิพำนักหรือขอสิทธิพำนักถาวรได้เมื่อทำงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 33 เดือน หากมีความรู้ภาษาเยอรมันในระดับ B1 สามารถขอสิทธิพำนักถาวรได้หลังจากทำงานครบ 21 เดือนนอกจากนั้นแล้วผู้ถือบัตรบลูการ์ดยังสามารถย้ายไปทำงานประเทศอื่นๆ (สำหรับประเทศส่วนมากมักไม่จำเป็นต้องขอวีซ่าก่อน) ในกลุ่มอียูได้หลังจากทำงานในเยอรมนีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 18 เดือน หรือหากเป็นผู้ที่ถือบัตรบลูการ์ดมาจากประเทศอื่นในกลุ่มอียูแล้วเดินทางเข้ามาทำงานในเยอรมนีก็สามารถขอสิทธิพำนักถาวรในประเทศเยอรมนีได้ โดยนับระยะเวลาพำนักในประเทศก่อนหน้านี้และระยะเวลาพำนักในเยอรมนีรวมกันแล้วไม่น้อยไปกว่าระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น (33 เดือน หรือ 21 เดือนหากมีความรู้ภาษาเยอรมันระดับ B1) หรือถ้าอยากกลับไปเยี่ยมบ้านหรือเดินทางออกนอกเขตอียูก็ทำได้เป็นเวลาหนึ่งปีโดยไม่เสียสิทธิพำนักผู้ถือบัตรบลูการ์ดมีสิทธิพาคู่สมรสและสมาชิกในครอบครัวติดตามมาอยู่ด้วยได้ โดยคู่สมรสไม่จำเป็นต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันมาก่อนและผู้ติดตามสามารถทำงานในเยอรมนีได้อย่างเสรีผู้สนใจสามารถสอบถามขอเอกสารเพิ่มเติมในการขอบลูการ์ดได้จากสำนักงานว่าด้วยกิจการคนต่างด้าว (Ausländerbehörde)ใกล้บ้านอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก

http://www.arbeitsagentur.de/Dienststellen/besondere-Dst/ZAV/downloads/AMZ/amz-praesentation-bluecard.pdf

http://www.bamf.de/DE/DasBAMF/Aufgaben/BlaueKarte/blauekartenode.html

http://www.bundesregierung.de/Content/DE/Artikel/IB/Artikel/Arbeitsmarkt/Anerkennung_Abschluesse/2012-07-25-blaue-Karte.html

http://www.make-it-in-germany.com

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ”อียู บลูการ์ด”

จิตติพัฒน์ ทองประเสิรฐ
รองกงสุลใหญ่ ณ นครฟรังค์ฟวร์ท
“โครงการอียู บลูการ์ดมี concept คล้าย ๆ กับระบบ กรีนการ์ดของสหรัฐอเมริกาในการชักชวนแรงงานที่มีฝีมือชาวต่างชาติมาทำงานในอียู แต่ดูเหมือนจะมีเงื่อนไขที่ไม่ดึงดูดชาวต่างชาติเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะสำหรับประเทศเยอรมนี จะมีเพียงกลุ่มคนต่างชาตินอกอียูกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้นที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายและพร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคทางด้านภาษาเยอรมัน การปรับตัวให้เข้ากับสังคม วัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่แบบเยอรมัน และที่สำคัญจะต้องแสดงเงินเดือนที่ได้รับอยู่ก่อนซึ่งต้องอยู่ในระดับเดียวกับอัตราเงินเดือนที่แรงงานเยอรมันได้รับในอาชีพหรือตำแหน่งเดียวกัน และจากข้อมูล Spiegel Online ในช่วง 2 เดือนแรกหลังเริ่มโครงการฯ มีชาวต่างชาติที่ได้รับบลูการ์ดในเยอรมนี 139 คนโดย 112 คนเป็นผู้สมัครที่มีสิทธิพำนักในรูปแบบอื่น ๆ ในเยอรมนีอยู่แล้ว จึงเห็นได้ชัดว่าในช่วงเริ่มต้น โครงการนี้ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ในการจ้างแรงงานใหม่ๆ ที่มีคุณภาพชาวต่างชาติเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานระดับสูงที่มีฝีมือในเยอรมนีมากนักอย่างไรก็ดี ผมมองว่าสำหรับคนไทยแล้วโครงการนี้ในระยะแรกอาจเป็นโครงการที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาหรือเคย
จบการศึกษาจากเยอรมนีที่ต้องการมาทำงานหาประสบการณ์หรืออาจมาตั้งรกรากในเยอรมนีเนื่องจากรู้ภาษาและคุ้นเคยกับสังคมเยอรมันดีอยู่
แล้ว แต่ลึก ๆ แล้วผมก็ยังหวังว่าน้อง ๆ นักเรียนไทยที่มีคุณภาพเหล่านี้จะมาสั่งสมประสบการณ์ที่ดี ๆ ในหลาย ๆ ด้านจากเยอรมนีระยะหนึ่งแล้วนำ
ความรู้ความสามารถกลับไป

วรวุฒิ สินโคกสูง
นักศึกษา Faculty of Process Engineering, Energy and Mechanical Systems สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ที่ Cologne University of Applied Sciences (Fachhochschule Köln)
“เป็นนโยบายที่ดีครับ ที่จะเปิดโอกาสให้คนที่มีศักยภาพจากโลกที่ 3 เข้ามาทำงานในยุโรป และด้วยหลักเกณท์ที่เขาได้กำหนดไว้ ก็เป็นการคัดกรองแรงงานคุณภาพเข้ามาในยุโรปครับ“

ดร.มุกดา นอลล์
ล่ามและนักแปลอิสระ

„eu blue card (คล้ายกับกรีนการ์ดในอเมริกา) เป็นมาตรการคัดสรรคนต่างชาติเข้าเมืองของ EU ที่ต้องการดึงดูดคนต่างชาติคุณภาพดีที่จะต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับอุดมศึกษาเข้ามาเป็นแรงงานใน EU และมีโอกาสสามารถพำนักอาศัยเป็นการถาวร และกลายเป็นพลเมืองของ EU ต่อไปได้ซึ่งรวมไปถึงบุคคลในครอบครัวด้วย EU ได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากมาตการนี้ในหลายประเด็น
- ไม่ต้องลงทุนเรื่องการศึกษาของคนต่างชาติกลุ่มนี้ ตามเงื่อนไขที่ตัวเองตั้งไว้ (เป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระยะสั้นและยาว (ควบคู่ไปกับการสร้างบุคคลากรเอง) เช่น เยอรมนีขาดแคลนแรงงานแพทย์และวิศวกร) — คือ ไปแย่งแรงงานจากประเทศอื่น แต่ในทางเดียวกันมาตรฐานการใช้ชีวิตที่สูงภายใน EU และเงินเดือนที่สูงกว่าในบ้านเกิดก็น่าจะเป็นแรงดึงดูดใจให้ชาวต่างชาติการ ศึกษาสูงอพยพเข้าไปทำงานใน EU
- คนต่างชาติกลุ่มนี้มีส่วนช่วยในการขยายฐานแรงงานที่จะจ่ายเงินประกันสังคมเข้ารัฐ (เพื่อเลี้ยงผู้สูงวัยรับบำนาญ) โดยจะมีอัตราในระดับที่เรียกว่าสูง เพราะฐานเงินเดือนที่ EU กำหนดไว้อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 44,800 ต่อปี (ข้อมูลปี 2012)
- เป็นการเพิ่มจำนวนและคุณภาพคนชนชั้นกลางรวมถึงการเพิ่มจำนวนคนหนุ่มสาวในวัยทำงานในประชาคม — ซึ่งนับวันจำนวนผู้สูงวัยใน EU จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันอัตราการเกิดต่ำ
- เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของ EU EU blue card บอกเราว่า ยินดีอ้าแขนรับคนต่างชาติ แต่ต้องเป็นคนต่างชาติคุณภาพดี! อย่าได้คิดว่าเป็นมาตรการใจกว้างใจบุญ„

กิตติ คำแก้ว
นักศึกษา Universität Stuttgart
สาขาวิชา Water Resources Engineering and Management

“โดยรวมผมคิดว่า นโยบายอียูบลูการ์ดของสหภาพยุโรป เพิ่มแรงดึงดูดอย่างมากต่อผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญชั้นสูงจากประเทศที่กำลังพัฒนาให้ย้ายถิ่นฐานเข้ามามากขึ้น เพราะกฎหมายอำนวยความสะดวกให้อย่างมากทั้งกับผู้ที่ถืออียูบลูการ์ดและครอบครัว ไม่นับรวมทั้งค่าตอบแทนที่ปกติอยู่ในขั้นที่สูงอยู่แล้ว และโดยเฉพาะผู้ที่สำเร็จการศึกษาหรือกำลังจะสำเร็จการศึกษาจากประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปและมีความประสงค์จะทำงาน หรือแม้กระทั่งตั้งหลักแหล่งใน ประเทศนั้น ๆ ก็ได้รับโอกาสที่เพิ่มมากขึ้นหากอยู่ในสาขาอาชีพที่กำลังเป็นที่ขาดแคลน แต่ในขณะเดียวกันผลกระทบที่จะตามมากับประเทศที่กำลังพัฒนา ได้แก่ การสูญเสียแรงงานฝีมือขั้นสูงจากการย้ายถิ่นไปทำงานในประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมาตรการในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและปัจจยั ทางเศรษฐกจิ ในแต่ละภาคสว่ นของทั้งประเทศในสหภาพยุโรปและประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งผมเห็นว่า ผู้ที่สนใจจะสมัครหรือผู้ที่กำลังจะถืออียูบลูการ์ดควรจะพิจารณาและปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตนเองและประเทศบ้านเกิด“

อัญชัญ เฮียร์ลิ่ง
นิตยสารดี

ดิฉันคิดว่า นโยบายของอียู บลูการ์ด เป็นข่าวที่ทำให้คนหนุ่มสาวในประเทศที่สามหลายคนคงจะดีใจกัน ที่จะมีโอกาสย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในประเทศเยอรมนี เพื่อหาประสบการณ์ในชีวิต แม้ว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม ( เริ่มนึกภาพเห็นใบสมัครขอ ”อียู บลูการ์ด” เป็นปึกๆ) ดิฉันได้อ่านบทความสัมภาษณ์ของนิตยสาร ดี เวลท์ (Die Welt) ซึ่งได้สัมภาษณ์นายมันเฟรด ชมิดท์ ตำแหน่งเพรสิเด้นท์ของสำนักงานว่าด้วยกิจการการย้ายถิ่นฐานและผู้ลี้ภัยแห่งสหพันธ์ฯ (Bamf) ที่ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับส่วนราชการเยอรมันว่า “เมื่อนโยบายอียู บลูการ์ดเกิดขึ้นมาแล้ว ส่วนราชการเยอรมันก็ควรจะมีการร่วมมือกัน ให้เห็นถึงการยินดีต้อนรับผู้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี อำนวยความสะดวกให้พวกเขา เมื่อพวกเขามาติดต่อกับส่วนราชการ เช่น ขอวีซ่า ขอสิทธิพำนักอยู่ เป็นต้น หน่วยงานที่ถือเป็นด่านแรกที่ผู้ย้ายถิ่นฐานต้องติดต่อคือ สถานทูตเยอรมันและกองตรวจคนเข้าเมือง ส่วนราชการเองก็ต้องจัดดำเนินการแบบใหม่ เพื่อที่จะให้มองเห็นภาพที่ชัดเจนว่า ยินดีต้อนรับสู่ประเทศเยอรมนี…ประเทศที่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับนโยบายการย้ายถิ่นฐานก็คือ ประเทศแคนาดา ออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกานั้น คนที่ย้ายถิ่นฐานเพื่อไปทำงานที่นั่น จะมีความรู้สึกว่า ตนเองได้รับข้อมูลอย่างดีและรู้สึกว่าตนเองได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตร อีกทั้งชาวอเมริกันเองนั้นก็เป็นกันเองกับคนต่างชาติ ใครที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่อเมริกา เขาจึงมีความรู้สึกในช่วงเวลาสั้น ๆ ว่า ฉันก็สามารถทำได้เช่นกัน (Ich kann es schaffen)…. (อ่านบทความสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.welt.de/wirtschaft/article112279448/Blue-Card-reicht-nicht-um-Fachkraefte-anzulocken.html)”

โดยส่วนตัวแล้ว ดิฉันคิดว่า “อียู บลูการ์ด” สำหรับประเทศเยอรมนีนั้นจะสามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้อย่างจริงจังและจะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด หรือจะตกกระป๋องไปหรือไม่ (เหมือนสมัยที่มีกรีนการ์ดสำหรับแรงงานต่างด้าวที่เคยฮือฮากันอยู่พักหนึ่ง) น่าจะขึ้นอยู่กับสังคมคนเยอรมันด้วยว่าพวกเขาจะเปิดใจยอมรับความสามารถของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่จบการศึกษาจากประเทศอื่น เพื่อจะเข้ามาร่วมทำงานด้วยกันได้มากน้อยเพียงใดโดยจะไม่ตัดสินจากแหล่งประเทศที่มา ”Woher kommt er?” แต่จะตัดสินจากสิ่งที่ผู้ย้ายถิ่นฐานสามารถทำได้ “Was kann er?”

Related Articles

Share

About Author

(1) ความคิดเห็น

  1. สวัสดีค่ะ ชื่อต้อมค่ะ อายุ 39 ปี
    ดิฉันมีเรื่องสำคัญมากที่จะสอบถามท่านค่ะ กรุณาช่วยตอบคำถามด้วยนะคะ

    ดิฉันมีความประสงค์ที่จะอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมันเพื่อทำงานค่ะ โดยดิฉันมีพี่สาวที่ได้สามีชาวเยอรมัน พี่สาวจะให้ที่อยู่และที่พักที่เยอรมัน เมือง Horomersile Wangerland เมืองทางตอนเหนือของเยอรมนี ดิฉันกำลังเรียนภาษาเยอรมันอยู่ที่ประเทศไทย
    และดิฉันจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยค่ะ จบ 3 ปริญญา แต่ตอนนี้ดิฉันว่างงานเพราะดิฉันเป็นครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความต้องการก้าวหน้าในสาขาอาชีพครูดิฉันลาออกมาเพ ื่อสมัครสอบบรรจุครู แต่สอบไม่ได้ค่ะ เคยสอบผ่านขึ้นบัญชีไว้แต่เรียกไม่ถึง ค่ะ ซึ่งโรงเรียนเก่าออกกฏว่าถ้าจะไปสมัครสอบบบรจุครูหรืองานราชการใดๆนั้นให้ดิฉันลาออก
    ดิฉัลจึงลาออกค่ะและหางาน แต่หาไม่ได้สักที่ค่ะกลุ้มใจมาก
    ต้นเดือน มิถุนายนพี่สาวที่อยูเยอรมันชวนดิฉันาเที่ยวที่ประเทศเยอรมัน ดิฉันชอบมาก สะอาด มีระเบียบวินัย รักษาสิ่งแวดล้อม พี่สาวแนะนำให้ดิฉันมาอยู่ด้วยกันและทำงานที่นี่ ดิฉันตกลงค่ะ แต่มีปัญหาที่ว่า

    1. ดิฉันจะเริ่มต้นอย่างไรในการหางานทำที่เยอรมัน
    2. ดิฉันมีวุฒิการศึกษา ปริญญาตรี 3 ใบ 1 ใบประกาศนียบัตรค่ะ มีดังนี้นะคะ
    – จบวิทยาศาตรบัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จากสถาบันราชภัฎนครราชสีมา
    – จบรัฐประศาสตรศาสตบัณฑิตสาขาการบริหารงานทั่วไป จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช
    – จบครุศาสตร์บัณฑิตสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา
    – จบประกาศนียบัตรบัณฑิตการจัดการและการประเมินโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
    จากวุฒิดังกล่าวนี้ดิฉันสนใจอยากเป็นครูสอนเด็กที่ประเทศเยอรมัน โดยการที่ดิฉันได้ติดต่อหาโรงเรียนไว้แล้วค่ะ
    แิฉันอยากถามว่าวุมฺที่ดิฉันเรียนมาจากเมืองไทยจะสามารถเทียบวุฒิที่เยอรมันได้อย่างไรค่ะ

    3 ท่านช่วยกรุณาบอกข่าวดิฉันถึงข้อมูลในการเทียบวุฒิด้วยค่ะว่าควรทำอย่างไร ทำที่ไหนและกระบวนการดำเนินการกับสถานทูตไทยที่กรุงเทพ กับทางการเยอรมัน ช่วยบอกเป็นวิทยาทานกับดิฉันด้วยค่ะคิดว่าท่านช่วยเหลือคนไทยด้วยกันค่ะ

    ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์ทั้งหลายช่วยดลบัลดาลให้ท่านและครอบครัวได้มีความสุขสุขภาพแข็ง มีบุญกุศลหนุนนำให้พบและโชคดีตลอดไปค่ะ รบกวนท่านตอยด้วยนะคะ

    e – mail . tomsirirat75@ hotmail.com

    ขอบคุณค่ะ จากครูต้อม

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>