ทัวร์สุขภาพ

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงรู้จักการไป Kur (คือ การไปรับการรักษา หรือบำบัด หรือฟื้นฟู) กันดีแต่ที่จะเล่าในตอนนี้คือประสบการณ์การไป Kur ใน
ประเทศอิตาลี เนื่องด้วยตัวเองและสามีมีปัญหาที่กระดูกสันหลัง เราจึงได้ไปพร้อมๆ กันทุกครั้งเมื่อแพทย์ออกใบรับรองให้ หลังจากคุยกับบริษัทประกันเรื่องการจ่ายเงินค่า Kur เราก็เริ่มหาสถานที่ ส่วนมากแพทย์ประจำตัวมักจะแนะนำที่ที่เหมาะกับโรคที่เราเป็นอยู่หมอของเราเคยแนะนำให้ไปที่อิตาลีแถบเมือง Abano เราไปที่นั่นครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนโดยใช้บริการของเพื่อนที่ทำกิจการทัวร์ เวลานั้นเราไม่มีประสบการณ์เลย ที่ที่เพื่อนเขาแนะนำให้ดีพอใช้ และเราได้รู้จัก Fango (การแช่ หรือบตัวด้วยโคลน) ที่นั่นเป็นครั้งแรก การแช่น้ำแร่ทำให้เราดีขึ้นจนไม่รู้สึกเจ็บปวดหลังไปนานทีเดียวมาปีที่แล้วนี้อาการเริ่มจะไม่ค่อยดีอีก คงเป็นเพราะอายุมากขึ้น ทำให้ต้องดิ้นรนขอให้แพทย์ออกใบรับรองให้อีก

ครั้งนั้นเราเริ่มหาสถานที่และดูตามเว็บต่างๆ เพื่ออ่านประสบการณ์ของผู้ที่เคยไปที่โน่นที่นี่ จนได้ความรู้เพิ่มขึ้น และมาจบลงที่เมืองอีกเมืองหนึ่งใกล้ๆ Abano Terme นั่นคือเมือง Montegrotto Terme เมืองแถบนี้จะเป็นสถานที่ที่มีน้ำแร่ และ Fango เป็นที่ที่คนรู้จักกันทั่วไปว่าเหมาะกับการมารักษาสุขภาพกัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ สงบ ไม่พลุกพล่านเหมือน Abano โรงแรมที่เราพักมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งการแช่โคลน (Fango) การแช่น้ำแร่ การนวด สระว่ายน้ำและมีแพทย์คอยดูแล

สิ่งที่เราประทับใจ คือการบริการอาหาร เราจองบริการแบบเต็ม (Vollpension) คืออาหารสามมื้อ ทุกอาทิตย์จะมีการจัดปาร์ตี้ข้างสระว่ายน้ำ มีปลาทะเลตัวยักษ์ และ เนื้อย่างทุกชนิด เรียกว่ากลับไปอ้วนพีทีเดียว อาทิตย์หนึ่งมีอาหารมื้อพิเศษสองวัน อีกวันเป็นกาลาดินเนอร์ ที่เรานั่งรอเขาเอาอาหารมาเสิร์ฟ ครั้งนั้นปรากฏว่าโรคกระดูกดีขึ้นแต่โรคไขมันในเลือดตามมารบกวน แหะๆ

การไป Kur ที่อิตาลี เราจะไม่รู้สึกว่ามารักษาโรคอย่างโรงพยาบาลเลยแต่เหมือนการมาท่องเที่ยวพักผ่อนสุขภาพมากกว่า เราสามารถให้หมอกำหนดว่าจะนวดกี่ครั้ง แช่โคลนกี่ครั้ง หยุดวันไหน ทำวันไหนก็ได้ ไม่เคร่งครัดสิ่งที่ได้ครั้งนั้นทำให้เรารู้จักการนวดแบบ Shiatsu เป็นการผสมผสานการนวดของญี่ปุ่นที่ได้นำการนวดแผนโบราณของจีนมาดัดแปลงซึ่งมีทั้งการกดจุด การร่ายรำเพื่อออกกำลัง หมอนวดหญิงครั้งนั้นเป็นคนอิตาลี และมีอีกคนหนึ่งสอนการร่ายรำเพื่อออกกำลังกายท่าต่างๆ คล้ายกับจี้กงของจีน น่าสนใจมาก เขาจะนวดโดยการใช้อวัยวะต่างๆ เช่น ใช้ท่อนแขนน่องของหมอ และหัวแม่มือกดตามจุด แปลกไปจากนวดแผนไทยมาก เพราะไม่มีการดัดตัว และบางครั้งก็ใช้บอลหรือหินร้อนช่วยในการประคบ

การทำ Fango ที่นี่นับว่าเลื่องชื่อเพราะโคลนที่เขาใช้เป็นโคลนจากบ่อน้ำแร่และนำมาแช่ในบ่อร้อนอุณหภูมิสูงเพื่อไม่ให้มีเชื้อโรค เขาจะละเลงโคลนบนเตียงที่ปูด้วยผ้าห่มและผ้าใบหนาๆ เราจะนอนลงบนโคลนแล้วถูกห่อเป็นมัมมี่ ร้อนมากจนเหงื่อตกเลยล่ะค่ะ แค่ผ่านไปสิบห้านาทีแต่รู้สึกเหมือนนานมาก ทั้งที่ก็มาจากเมืองร้อน แต่ไม่รู้อย่างไร กลับทนแทบไม่ไหว หลังจากนั้นก็จะล้างด้วยการฉีดน้ำที่ตัวเราจนโคลนออกหมด แล้วให้ลงแช่ในบ่อน้ำแร่ในห้องเดียวกัน น้ำจะอุ่นสบายๆ มีลมปุดๆ ให้ไม่น่าเบื่อด้วย ตรงนี้ชอบมาก สบายจริงๆ แค่สิบนาทีเองแต่ออกมาตัวเบาเหมือนเกิดใหม่เลยล่ะค่ะ

ครั้งนั้นรู้สึกประทับใจมาก ปีนี้จึงขอแพทย์ไปอีก แต่เปลี่ยนโรงแรมเพราะอยากไปที่ใหม่ๆ และก็โชคดีมากที่พบที่ที่ดีกว่าที่เก่า การจัดการเป็นระเบียบห้องพักสะอาด เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนทุกวัน แต่เสียที่คนแยะกว่าที่เก่า เราจึงต้องทำ Fango แต่เช้าตีห้าครึ่ง หากคิดอีกด้านหนึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีนะทำให้เรามีเวลาในช่วงกลางวันยาวขึ้นเพราะตื่นแต่เช้า ปกติเป็นคนนอนดึกตื่นสายซื่งไม่ดีต่อสุขภาพเลยที่นี่เขาจะมีพยาบาลเดินดูเราทุกๆ ห้านาที คอยเช็ดเหงื่อให้ และจะถามทุกครั้งว่า „Tuttobene“ จนเราจำได้ขึ้นใจ หมายความว่า „สบายดีไหม“ เราจะตอบอย่างไรดี ในเมื่อเราไม่สบายถึงได้มานี่ไงจ๊ะหากสบายดีจะมานอนให้ถามอยู่อย่างนี้เหรอจ๊ะ

การนอนแช่โคลนร้อนนี้ช่วยให้ร่างกายขับเหงื่อออกมาได้ดีมากเชียวล่ะ เขาจะใช้โคลนสองถังเทลงตรงด้านบนของเตียงที่ปูด้วยผ้าใบหนาๆ ด้านล่างสุดเขาปูผ้าสักหลาดและผ้าพลาสติกไว้ เมื่อโคลนมาถึงเจ้าหน้าที่จะเกลี่ยให้เป็นวงกลม แล้วให้เราลงนอน จากนั้นก็เอาโคลนบางส่วนพอกที่เข่า เท้า หัวไหล่แขน ตามแต่หมอจะสั่งและตามโรคของแต่ละคน แล้วก็เอาผ้าใบห่อเราไว้ ตามด้วยผ้าพลาสติกกับผ้าห่มสักหลาด เรียกว่าไม่ต้องหายใจกันเลย นอนไปจนสิบห้านาทีก็ขึ้นมาฉีดน้ำและแช่ในน้ำแร่เป็นอันจบกระบวนการขั้นต่อไปก็เป็นนวดซึ่งก็ต้องแล้วแต่หมออีก ดีที่เราใช้ประกันลุขภาพของบริษัทเอกชนจึงขอให้หมอสั่งนวดพิเศษให้ และโชคดีที่หมอนวดของที่นี่มีความสามารถมาก นอกจากนวด Shiatsu แล้วยังสามารถนวด Ayuraveda ซึ่งเป็นแบบอินเดียได้อีกด้วย เขาจะใช้หินภูเขาไฟแช่น้ำร้อนแล้วเอามาสอดตามจุดสำคัญในร่างกาย จากนั้นก็ใช้น้ำมันที่ผสมกลิ่นหอมระเหยนวดตามแขน ขา ท้อง หน้า และหัวเพื่อคลายเส้นทั้งร่างกายอยากให้ลองหันมาดูแลสุขภาพกันบ้างนะคะ และหากจะวางแผนไปเที่ยวที่ไหนในครั้งหน้า ก็ลองพิจารณาการไปทัวร์ Kur สุขภาพกันดูบ้าง เพื่อจะได้มีชีวิตยืนยาวกันอีกสักนิด ที่ที่เคยปวดเคยเจ็บก็จะได้ทุเลาลงบ้างไม่มากก็น้อย

เล่าสู่กันอ่าน
โดย ป้าวัลย์

Related Articles

Share

About Author

(0) ความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>